introductionLink

The Social Influencer ทักษะการสื่อสารและอิทธิพลทางสังคม

ผู้สอน
nstructor.imageUrl
โอชวิน จิรโสตติกุล
CEO & Founder บริษัท FutureSkill
815 ผู้เรียน
คอร์สนี้ได้เรียนอะไรบ้าง?
สำหรับผู้นำเชิงกลยุทธ์ (Visionary Influencers): สร้าง "บารมี" เหนือตำแหน่ง: รู้วิธีสร้างแต้มต่อทางสังคมเพื่อให้ได้รับความร่วมมือข้ามแผนกโดยไม่ต้องใช้อำนาจสั่งการ / ลดแรงต้านด้วย Soft Power: ใช้จิตวิทยาการสะกิด (Nudges) เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานให้เป็นเชิงบวกและลดความขัดแย้ง / นำประชุมเพื่อ "Action": ศิลปะการสรุปบทสนทนาให้เกิดคำมั่นสัญญา (Commitment) ที่ชัดเจนและลดเวลาประชุมที่สูญเปล่า / รักษาคนเก่งยุค Hybrid: รู้วิธีสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Psychological Safety) เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของทีมออกมา
สำหรับผู้เชี่ยวชาญและตัวกลาง (Strategic Impact-Makers): แปล "ภาษาเทพ" เป็น "Impact": เปลี่ยนข้อมูลเทคนิคที่ซับซ้อนให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ทุกคนเข้าใจและยอมรับ / สร้าง Visibility แบบมืออาชีพ: กลยุทธ์รายงานความคืบหน้าที่ทำให้หัวหน้าและทีมเห็นคุณค่าในทุกขั้นตอน / ลัดคิวงานด้วย WIIFM: รู้วิธีขายความสำคัญของงานให้ตรงใจผู้ฟัง เพื่อให้งานของคุณถูกจัดเป็น Priority อันดับต้นๆ / เกราะป้องกันความมั่นคงยุค AI: ยกระดับน้ำหนักของคำพูด (Authority) เพื่อพิสูจน์คุณค่าของมนุษย์ที่ AI ทดแทนไม่ได้
ผลลัพธ์ต่อการทำงาน: ทลายคอขวด (Bottleneck): งานเดินหน้าไวขึ้นจากการประสานงานที่ไร้แรงเสียดทาน / ลดงานซ้ำซ้อน (Rework): ประหยัดเวลาจากการสื่อสารที่ชัดเจนและตรงประเด็นตั้งแต่ต้น / พิมพ์เขียวสร้างอิทธิพล: ได้รับแนวทางปฏิบัติ (How-to) เพื่อขับเคลื่อนงานรอบทิศได้อย่างเป็นมืออาชีพ
บริษัทชั้นนำเสนอคอร์สเรียนนี้ให้กับพนักงาน
คอร์สเรียนนี้เป็นคอร์สเรียนยอดนิยมที่ได้รับความไว้วางใจจากหลากหลายบริษัท และสถานศึกษา
Group27409.png
รายละเอียดคอร์สเรียน

คอร์สเรียนนี้เหมาะกับใคร

1. กลุ่มผู้นำเชิงกลยุทธ์ (Visionary Influencers)

  • ผู้นำระดับบริหาร (Mid-to-Senior Management) ที่ต้องการเปลี่ยนจากการ "สั่งการด้วยตำแหน่ง" เป็นการ "สร้างแรงจูงใจด้วยบารมี"
  • ผู้ที่ต้องประสานงานข้ามสายงาน แต่ไม่มีอำนาจสั่งการโดยตรง (Authority Gap) ทำให้งานล่าช้าหัวหน้าทีมยุค Hybrid ที่ต้องการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Psychological Safety) เพื่อดึงศักยภาพทีมและรักษาคนเก่งผู้นำที่ต้องการลดเวลาประชุม และเปลี่ยนการพูดคุยให้เป็นคำมั่นสัญญา (Commitment) ที่เห็นผลจริง

2. ผู้เชี่ยวชาญและตัวกลางขับเคลื่อนโครงการ (Strategic Impact-Makers)

  • พนักงานสายเทคนิคและ Specialist (เช่น PM, Data, Engineer) ที่ต้องการเปลี่ยนความเก่งหลังบ้านให้เป็นการยอมรับระดับองค์กรผู้ที่ประสบปัญหา "ภาษาเทพ" (Translation Gap) สื่อสารเรื่องยากๆ แล้วคนอื่นไม่เข้าใจคุณค่าของงานกลุ่ม "คนทำงานปิดทองหลังพระ" (Invisible Merit) ที่ทำงานหนักแต่ผลงานมักถูกมองข้ามจากผู้บริหารผู้ที่งานมักถูกดองไว้ท้ายสุด (Low Priority) และต้องการรู้วิธี "ขายความสำคัญ" เพื่อให้คนอื่นยอมลัดคิวทำให้คนทำงานที่ต้องการความมั่นคงยุค AI โดยใช้ทักษะการสร้างอิทธิพลเป็นเกราะป้องกันค่าตัวและหน้าที่การงาน


วัตถุประสงค์ของคอร์สเรียน

  • เปลี่ยน "ข้อมูล" ให้กลายเป็น "อิทธิพล" (Value-Driven Communication): เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ "แปล" ผลงานเชิงเทคนิคหรือวิสัยทัศน์ที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้และจูงใจผู้ฟัง
  • สร้าง "บารมี" โดยไม่ต้องใช้ "อำนาจ" (Influence without Authority): เพื่อให้ผู้เรียนประยุกต์ใช้จิตวิทยาการจูงใจและ "ทุนทางสังคม" (Social Capital) ในการขอความร่วมมือจากเพื่อนร่วมงานต่างแผนกได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องใช้อำนาจตำแหน่ง
  • ลดแรงต้านและบริหารความขัดแย้ง (Resistance Management): เพื่อให้ผู้เรียนใช้เทคนิคการสะกิดทางจิตวิทยา (Psychological Nudges) และการใช้ Soft Power ในการเปลี่ยนแรงต้านให้เป็นแรงสนับสนุนเชิงบวก
  • สร้างตัวตนเชิงกลยุทธ์ในโลกดิจิทัล (Strategic Visibility): เพื่อให้ผู้เรียนออกแบบการสื่อสารรายวัน (Micro-Visibility) ที่สะท้อนความเป็นมืออาชีพและความน่าเชื่อถือ โดยไม่ดูเป็นการโอ้อวด
  • เพิ่มผลผลิตด้วยการสื่อสารที่ปิดจบ (Facilitation for Action): เพื่อให้ผู้เรียนรันการประชุมหรือบทสนทนาที่กระชับ และสามารถสร้างคำมั่นสัญญา (Commitment) ที่นำไปสู่การปฏิบัติจริงได้ทันที
  • สร้างเกราะป้องกันความมั่นคงในอาชีพ (Career Resilience): เพื่อให้ผู้เรียนใช้ทักษะการสื่อสารระดับสูงเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์คุณค่าของมนุษย์ที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้ในยุค 2026


จุดเด่นของคอร์สนี้

  • 30-Minute High-Efficiency: บทเรียนแบบ Micro-learning ที่ย่อยเนื้อหาให้กระชับ จบไว เน้นผลลัพธ์แบบ Quick Win สำหรับคนทำงานเวลาน้อย 
  • Influence without Authority: เจาะลึกจิตวิทยาการสร้าง "บารมี" และแต้มต่อทางสังคม เพื่อขอความร่วมมือข้ามแผนกได้แม้ไม่มีอำนาจสั่งการ 
  • The Jargon Translator: เทคนิคเฉพาะในการ "แปล" ภาษาเทคนิคที่เข้าใจยาก ให้กลายเป็น Impact ต่อธุรกิจที่ผู้บริหารพร้อมอนุมัติ 
  • Strategic Visibility: กลยุทธ์การสร้างตัวตน (Micro-visibility) รายงานความคืบหน้าให้เป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือโดยไม่ดูเป็นการโอ้อวด 
  • Psychological Power Moves: ใช้หลักการ WIIFM (คนฟังได้อะไร) และการสะกิดทางจิตวิทยา (Nudges) เพื่อเปลี่ยนแรงต้านให้เป็นแรงสนับสนุน 
  • Approval-Ready Frameworks: แจกเฟรมเวิร์ก Problem-Solution-Value สำหรับร่างบทนำเสนอไอเดียให้จบและผ่านฉลุยภายในระยะเวลาอันสั้น
  • Modern Work Blueprint: วางพิมพ์เขียวการทำงานแบบไม่รอเวลา (Asynchronous) และการนำประชุมที่สร้าง Commitment ได้จริงในยุค 2026 


พื้นฐานที่จำเป็น/สิ่งที่ต้องมี

  • ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่: เป็นพนักงานหรือผู้นำทีมที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และต้องการยกระดับการทำงานให้ราบรื่นขึ้นในระยะยาว 
  • การตระหนักถึงปัญหาการสื่อสาร: ยอมรับความท้าทายที่เผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหา "ไอเดียดีแต่ไม่มีใครฟัง" หรือต้องการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ยากๆ 
  • ใจที่เปิดรับการสื่อสารรูปแบบใหม่: พร้อมปรับเปลี่ยนจากการใช้ภาษาเทคนิค (Jargon) หรือการสื่อสารแบบเดิมๆ มาเป็นการสื่อสารที่เน้น "คุณค่า" และ "ผลลัพธ์ธุรกิจ" 
  • ความมุ่งมั่นในการเป็น Proactive Communicator: ต้องการเรียนรู้ "พิมพ์เขียวการสื่อสาร" เพื่อป้องกันปัญหาการตามงานล่าช้าและสร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง 
  • ทักษะดิจิทัลพื้นฐาน: สามารถใช้งานเครื่องมือสื่อสารหลักในออฟฟิศ เช่น MS Teams, Slack หรือ Email เพื่อพร้อมนำเทคนิคไปประยุกต์ใช้ได้ทันที 
  • ประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้อื่น: มีพื้นฐานการประสานงานข้ามแผนก หรือการนำโปรเจกต์ (สำหรับกลุ่ม Visionary Influencers และ Strategic Impact-Makers)


Course Highlight

  • 30-Minute Efficiency: บทเรียนแบบ Micro-learning เน้นผลลัพธ์ Quick Win สำหรับคนทำงานยุคใหม่ที่มีเวลาน้อย 
  • Influence without Authority: เทคนิคสร้างบารมีและแต้มต่อทางสังคม เพื่อขอความร่วมมือข้ามแผนกโดยไม่ต้องใช้อำนาจสั่งการ 
  • The Jargon Translator: เปลี่ยนภาษาเทคนิค (Jargon) ให้เป็น Impact ต่อธุรกิจที่ผู้บริหารพร้อมอนุมัติทันที 
  • Visibility without Bragging: กลยุทธ์ Micro-visibility สร้างความน่าเชื่อถือผ่านช่องทางดิจิทัล (Slack/Teams) โดยไม่ดูโอ้อวด 
  • Psychological Power Moves: ใช้จิตวิทยา WIIFM และการสะกิด (Nudges) เพื่อเปลี่ยนแรงต้านให้เป็นแรงสนับสนุน 
  • Approval-Ready Frameworks: สูตร Problem-Solution-Value เพื่อปิดดีลไอเดียให้ผ่านฉลุยและลดเวลาประชุม 
  • Async-Work Blueprint: วางพิมพ์เขียวการทำงานแบบไม่รอเวลา เพื่อรักษา Productivity ให้ต่อเนื่องในโลกยุคใหม่ 
  • Direct Productivity Boost: มุ่งแก้ปัญหาคอขวด (Bottleneck) และลดงานซ้ำซ้อน (Rework) จากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน 


โปรแกรมที่ต้องใช้ / สเปคคอม

  • อุปกรณ์ (Hardware): คอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการรับชมวิดีโอออนไลน์ได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที
  • อินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์ (Browsers): แนะนำให้ใช้ Google Chrome, Safari หรือ Microsoft Edge เวอร์ชันล่าสุด เพื่อความเสถียรในการเข้าถึงแพลตฟอร์มบทเรียน
  • เครื่องมือสื่อสารหลัก (Communication Tools): บัญชีผู้ใช้งาน MS Teams, Slack หรือระบบ Email ขององค์กร เพื่อใช้ในกิจกรรมฝึกฝนเทคนิคการสื่อสารและสร้าง Visibility จริงในที่ทำงาน
  • เครื่องมือบริหารจัดการงาน (Project Management Tools): เครื่องมือที่ใช้งานในปัจจุบัน เช่น Jira หรือ Trello สำหรับนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับ Workshop ในคอร์ส
  • โปรแกรมเสริมสำหรับผู้นำ: ฟีเจอร์ AI Copilot หรือ Loop Components ใน MS Teams 
แสดงเพิ่มเติม
รายละเอียดบทเรียน
1 บทเรียน • ความยาวทั้งหมด 40 นาที
fs-logo

แพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์สำหรับทักษะแห่งอนาคต


© Copyright 2019-2026 LIKE ME X CO.,LTD All rights reserved.

)