Typography คืออะไร? ตัวอักษรบนปกเพลงบอกตัวตนศิลปินก่อนเสียงเพลง - FutureSkill Blog

Typography คืออะไร? ตัวอักษรบนปกเพลงบอกตัวตนศิลปินก่อนเสียงเพลง

Typography คืออะไร? ตัวอักษรบนปกเพลงบอกตัวตนศิลปินก่อนเสียงเพลง

Typography คือศิลปะและวิธีการเลือกและจัดวางตัวอักษร ทั้งแบบอักษร ขนาด ช่องไฟ และลำดับความสำคัญ เพื่อให้ข้อความอ่านง่ายและสื่ออารมณ์ที่ต้องการ ไม่ใช่แค่การเลือกฟอนต์ที่สวย

งานวิจัยของ Brumberger ที่ให้ผู้อ่านประเมินแบบอักษร 15 แบบ พบว่าคนให้บุคลิกกับตัวอักษรได้จริง โดยจัดกลุ่มได้เป็นความสง่างาม ความตรงไปตรงมา และความเป็นมิตร (Brumberger, 2003) [ดูหน้างานวิจัย]. งานนี้ไม่ได้ทดสอบปกเพลง และไม่ได้บอกว่าทุกคนรู้สึกเหมือนกัน แต่เป็นหลักฐานว่า Typography ไม่ได้เป็นกลาง ตัวอักษรมีน้ำเสียงของมันเอง

สำหรับศิลปิน นั่นแปลว่าชื่อบนปกซิงเกิลกำลังพูดอะไรบางอย่างอยู่แล้ว ก่อนที่ใครจะกดฟัง บทความนี้อธิบายว่า Typography คืออะไร ต่างจากฟอนต์ยังไง ตัวอักษรบอกบุคลิกได้อย่างไร และศิลปินอิสระควรเลือกและจัดวางตัวอักษรบนปกกับฟีดยังไง

Typography คืออะไร?

Britannica นิยาม typography ว่าเป็นการออกแบบหรือเลือกรูปแบบตัวอักษรเพื่อจัดเป็นคำ ประโยค และบล็อกข้อความ (Encyclopaedia Britannica) [อ่านนิยามฉบับเต็ม]. Interaction Design Foundation ขยายความว่ามันครอบคลุมการเลือกแบบอักษร ขนาด ช่องไฟ สี และการจัดวาง รวมถึงลำดับความสำคัญของข้อความ [อ่านบทความของ IxDF]

พูดให้ง่ายที่สุด Typography ไม่ใช่คำถามว่า “ใช้ฟอนต์อะไร” แต่คือคำถามว่า “ตัวอักษรทั้งหมดบนภาพนี้ทำงานร่วมกันยังไง” ปกเพลงที่ใช้ฟอนต์สวยแต่ชื่อศิลปินเล็กเกินอ่าน ถือว่า Typography ยังไม่ทำงาน

คำที่เกี่ยวข้อง ควรรู้ก่อนอ่านต่อ

คำ แปลเป็นภาษาคนว่า
Typeface (แบบอักษร) ชุดตัวอักษรที่หน้าตาเป็นครอบครัวเดียวกัน เช่น ตระกูลเดียวกันที่มีทั้งเส้นบางและเส้นหนา
Font (ฟอนต์) ไฟล์ตัวอักษรแบบเฉพาะ เช่น น้ำหนักตัวหนาของตระกูลนั้น ในการใช้งานทั่วไปคนมักใช้ปนกับ Typeface
Serif และ Sans-serif (มีเชิง และไม่มีเชิง) กลุ่มตัวอักษรละติน แบบมีเชิงให้ความรู้สึกคลาสสิก แบบไม่มีเชิงให้ความรู้สึกเรียบทันสมัย
แบบมีหัวและไม่มีหัว กลุ่มฟอนต์ไทย แบบมีหัวมีส่วนวงกลมเล็กที่ปลายตัวอักษร แบบไม่มีหัวเป็นเส้นตรงเรียบ
Visual Hierarchy (ลำดับความสำคัญทางสายตา) การจัดให้ข้อความสำคัญถูกมองเห็นก่อน ด้วยขนาด น้ำหนัก และความต่างของสี

Typeface กับ Font ต่างกันยังไง?

Adobe อธิบายว่า typeface คือชุดแบบตัวอักษรที่มีรูปลักษณ์ร่วมกัน ส่วน font คือชุดอักขระในรูปแบบเฉพาะ เช่น Adobe Garamond Bold (Adobe Help Center) [ดูคำอธิบายของ Adobe]. ในศัพท์การพิมพ์ดั้งเดิม font ยังหมายถึงขนาด น้ำหนัก และสไตล์ที่เจาะจงด้วย แต่งานดิจิทัลวันนี้ใช้สองคำปนกันอย่างแพร่หลาย

แผนภาพซ้อนชั้นอธิบาย Typography ว่าใหญ่กว่า Typeface ที่เป็นตระกูลตัวอักษร และ Font ที่เป็นไฟล์ตัวอักษรแบบเฉพาะ

ผลที่ตามมาสำหรับศิลปินคือ ไม่ต้องกังวลกับการใช้ศัพท์ให้ถูกเป๊ะเวลาคุยกับช่างกราฟิก สิ่งที่ควรบอกให้ชัดคือชื่อตระกูล น้ำหนัก และใช้กับส่วนไหนของภาพ เช่น “ชื่อศิลปิน ใช้ตระกูลนี้ น้ำหนักหนา” ซึ่งสื่อสารได้ตรงกว่าการพูดว่า “ฟอนต์เท่ๆ”

Typography บอกบุคลิกศิลปินได้ยังไง?

Henderson และทีมวิจัยเสนอ 6 มิติของการออกแบบตัวอักษร ได้แก่ elaborate, harmony, natural, flourish, weight และ compressed เพื่อใช้อธิบายว่าตัวอักษรสร้างความประทับใจแบบไหน เช่น น่าไว้วางใจหรือโดดเด่น (Henderson et al., 2004, Journal of Marketing) [ดูหน้างานวิจัย]. อีกงานหนึ่งของ Juni และ Gross ให้นักศึกษา 102 คนอ่านบทเสียดสี 2 เรื่องที่จัดด้วย Times New Roman หรือ Arial พบว่าฉบับ Times New Roman ถูกมองว่าตลกและโกรธมากกว่า (Juni and Gross, 2008) [ดูบทคัดย่อ]

เปรียบเทียบชื่อศิลปินเดียวกันด้วยตัวอักษรสามแบบที่ให้บุคลิกต่างกัน คือคลาสสิก ทันสมัย และดิบเป็นกันเอง

ข้อจำกัดของทั้งสองงานคือเป็นภาษาอังกฤษและเปรียบเทียบจำนวนฟอนต์น้อย จึงใช้เป็นหลักฐานว่า “ตัวอักษรมีผลต่ออารมณ์” ไม่ใช่สูตรตายตัวสำหรับปกเพลงไทย แนวคิดที่ใช้ได้จริงในค่ายคือการจับคู่ลักษณะตัวอักษรกับเรื่องที่ศิลปินอยากเล่า

ลักษณะตัวอักษร มักสื่อความรู้สึก เหมาะกับศิลปินแนว
ทรงคลาสสิก เส้นเรียบร้อย สง่า เป็นระเบียบ มีเรื่องเล่า เพลงบัลลาด อะคูสติก
ไม่มีหัวหรือไม่มีเชิง เส้นหนาคม ทันสมัย ตรงไปตรงมา ป็อปร่วมสมัย อิเล็กทรอนิกส์
บิดเบี้ยว ดูไม่เรียบ ดิบ ขบถ ไม่ยอมอยู่ในกรอบ ฮิปฮอป ร็อก อินดี้
เส้นบาง ช่องไฟกว้าง เปราะบาง เงียบ เป็นส่วนตัว เพลงเศร้า เพลงรัก

คุณฟิล์ม ธนารีย์ ศุภศรี (xerocroma) Senior Graphic Designer และ Art Director จาก YUPP! Entertainment สอนไว้ในคอร์ส สร้าง Visual Identity ให้ทุก Platform จดจำ ว่า รูปทรงของฟอนต์เล่าเรื่องราวและนิสัยของศิลปินได้ลึกกว่าที่คิด ฟอนต์ทรงคลาสสิกเล่าความเรียบร้อย ฟอนต์ไม่มีหัวเส้นหนาคมเล่าความล้ำสมัย และฟอนต์ที่บิดเบี้ยวเล่าความดิบ

ฟอนต์ไทยแบบมีหัวกับไม่มีหัว เลือกยังไง?

Google Fonts แยกฟอนต์ตระกูล Noto ไทยออกเป็นสองกลุ่ม แบบมีหัวออกแบบมาเพื่อการอ่านข้อความยาว ส่วน Noto Sans Thai แบบไม่มีหัวเหมาะเป็นพิเศษกับพาดหัว บรรจุภัณฑ์ และโฆษณา (Google Fonts, Noto) [ดูคำแนะนำการใช้งาน]. สำหรับปกเพลงที่มีแต่ข้อความสั้น แบบไม่มีหัวจึงเป็นจุดตั้งต้นที่ปลอดภัย

ส่วนเรื่องที่ว่าแบบมีหัวอ่านง่ายกว่าไหม งานของ ATypI ที่ศึกษาการมองเห็น การอ่าน และการรับรู้ 3 ส่วน สรุปว่าผู้อ่านทุกวัยรับรู้ว่าแบบมีหัวอ่านง่ายกว่าในข้อความหนาแน่น แต่ผลการอ่านโดยรวมไม่ได้เปลี่ยนเพราะการมีหัว (ATypI, The Contemporary Effects of Thai Loops) [อ่านบทคัดย่อ]. เพราะฉะนั้นอย่าตัดสินใจจากความเชื่อว่า “แบบไหนอ่านเร็วกว่า” ให้ตัดสินจากบุคลิกที่อยากสื่อและขนาดที่คนอ่านบนมือถือ

Typography บนปกควรใช้ฟอนต์กี่ชุด และจัดลำดับสายตายังไง?

Adobe Express แนะนำให้เลือก 1 หรือ 2 ฟอนต์ที่เข้ากันและใช้อย่างสม่ำเสมอ ถ้าใช้ชุดเดียวก็เปลี่ยนน้ำหนักหรือสไตล์เพื่อสร้างความต่างได้ (Adobe Express) [ดูคำแนะนำ]. คอร์สของเราสอนตรงกัน คือในหนึ่งโปรเจกต์ควรมีชุดฟอนต์หลักไม่เกิน 1 ถึง 2 ชุด โดยแยกเป็นฟอนต์พาดหัวและฟอนต์เนื้อความ แล้วใช้ตระกูลเดียวกันกับงานอาร์ตเวิร์กทุกชิ้น

ตัวอย่างการจัดลำดับสายตาบนปกเพลงหนึ่งใบไม่เกิน 3 ระดับ คือชื่อศิลปิน ชื่อเพลง และข้อมูลรองขนาดเล็ก

เรื่องลำดับสายตา Nielsen Norman Group แนะนำให้จัดองค์ประกอบสำคัญให้ถูกเห็นก่อนด้วยขนาด ความต่าง และการจัดกลุ่ม และยกตัวอย่างว่าไม่ควรเกิน 3 ระดับขนาด (Nielsen Norman Group, 2021) [อ่านบทความ]. นำมาปรับกับปกซิงเกิลสี่เหลี่ยมจัตุรัส 1:1 ได้ตรงๆ

ระดับ ใส่อะไร วิธีทำให้เด่น
ใหญ่ ชื่อศิลปินหรือชื่อเพลง (เลือกหนึ่งอย่าง) ฟอนต์พาดหัว น้ำหนักหนา
กลาง อีกชื่อหนึ่ง ฟอนต์เดียวกัน น้ำหนักบางลง
เล็ก ข้อมูลรอง เช่น ชื่อทีม หรือปีที่ปล่อย ฟอนต์เนื้อความ

หาฟอนต์ที่ใช้ได้ถูกกฎหมายจากไหน?

Google Fonts ระบุไว้ใน FAQ ว่าใช้ได้ในงานเชิงพาณิชย์ ทั้งโลโก้ สิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ และแอป แต่ไม่ใช่ทุกตระกูลใช้สัญญาอนุญาตเดียวกัน ส่วนใหญ่เป็น SIL Open Font License แต่มี Apache และ Ubuntu Font License ด้วย จึงต้องตรวจหน้า license ของฟอนต์ที่เลือกก่อนแจกจ่ายหรือดัดแปลงไฟล์ (Google Fonts FAQ) [ดู FAQ]

ฟอนต์ไทยฟรีสำหรับงานพาณิชย์มีให้เลือก เช่น ตระกูล Prompt ที่ Cadson Demak พัฒนาภายใต้ OFL ตามที่ผู้พัฒนาอธิบายไว้ (Cadson Demak) [อ่าน FAQ]. ข้อควรระวังคือ อย่าเหมาว่าฟอนต์ทุกตัวของผู้พัฒนาเดียวกันใช้สิทธิ์เหมือนกัน และเก็บชื่อกับเวอร์ชันของฟอนต์ที่ใช้ไว้ใน Style Guide ทุกครั้ง

ปกเพลงสองแบบ ใช้ Typography ต่างกันยังไง?

ตัวอย่างสมมติสองปกที่ต้องการอารมณ์ตรงข้ามกัน เพื่อให้เห็นว่าการตัดสินใจเรื่องแบบอักษร น้ำหนัก ช่องไฟ และตำแหน่ง ให้ผลต่างกันอย่างไร

การตัดสินใจ ปกเพลงเศร้าเงียบ ปกเพลงแดนซ์พลังสูง
แบบอักษร เส้นบางเรียบ ไม่มีหัว เส้นหนาคม
น้ำหนัก บาง หรือปานกลาง หนา ตัวใหญ่
ช่องไฟ กว้าง ให้อากาศหายใจ แน่น ชิดกัน
ตำแหน่ง มุมล่างหรือกลางภาพ พื้นที่ว่างเยอะ เต็มกรอบ ตัดขอบภาพ
สีตัวอักษร ขาวนวลหรือเทาอ่อน สีเน้นจัดตัดกับพื้น

ทั้งสองปกใช้ฟอนต์ไม่เกิน 2 ชุด และจัดลำดับสายตาไม่เกิน 3 ระดับเหมือนกัน ที่ต่างคือบุคลิกที่เลือกจากคีย์เวิร์ดอารมณ์ ไม่ใช่เลือกจากความชอบส่วนตัว

Typography พลาดตรงไหนบ่อย?

ใช้ฟอนต์เยอะเกินไป ปกที่ผสมสามสี่ฟอนต์ทำให้ไม่รู้ว่าอะไรคือเสียงหลัก ลดเหลือพาดหัวหนึ่งชุดกับเนื้อความหนึ่งชุด

ตั้งชื่อศิลปินเล็กเกินอ่านบนมือถือ ปกเพลงถูกย่อเหลือไม่กี่ร้อยพิกเซลบนแอป ลองย่อปกที่ออกแบบเสร็จให้เล็กเท่าไอคอน ถ้ายังอ่านชื่อออกแปลว่าผ่าน

เลือกฟอนต์ตามกระแสแล้วไม่ตรงกับเพลง ฟอนต์ที่ใช้กันทั่วเดือนนี้อาจเล่าเรื่องที่ไม่ใช่ของศิลปิน ให้ย้อนไปเช็กกับคีย์เวิร์ดอารมณ์ 5 คำก่อน

ไม่จดชื่อและเวอร์ชันของฟอนต์ พอส่งงานให้ทีมหรือเปลี่ยนเครื่อง ฟอนต์ที่ใช้อยู่อาจหาย งานจึงเพี้ยนไปทั้งชุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Typography

Typography คืออะไร? อธิบายแบบสั้นๆ

Typography คือการเลือกและจัดวางตัวอักษรให้ข้อความอ่านง่ายและสื่ออารมณ์ที่ต้องการ ครอบคลุมแบบอักษร ขนาด น้ำหนัก ช่องไฟ ระยะบรรทัด และลำดับความสำคัญของข้อความ ในงานปกเพลง Typography ตอบคำถามว่า ชื่อศิลปินควรใหญ่แค่ไหน ใช้ตัวอักษรบุคลิกอะไร และข้อมูลรองควรอยู่ตรงไหน เพื่อให้คนเห็นแล้วรู้ทันทีว่าเป็นใครและเพลงนี้ให้ความรู้สึกแบบไหน

Typography กับ Font ต่างกันยังไง?

Font เป็นเพียงวัตถุดิบ คือตัวอักษรแบบหนึ่งที่ใช้เขียน ส่วน Typography คือทั้งกระบวนการตัดสินใจว่าจะใช้ตัวอักษรอะไร ขนาดเท่าไหร่ วางตรงไหน และเว้นระยะยังไง ฟอนต์สวยแต่จัดวางไม่ดีก็ได้ปกที่อ่านยาก ส่วนฟอนต์ธรรมดาที่จัดลำดับดี ก็ให้ปกที่ดูมีระบบได้ ดังนั้นเวลาปรับปกให้ดีขึ้น ลองเริ่มจากขนาดและช่องไฟก่อนเปลี่ยนฟอนต์

ตัวอักษรบนปกเพลงส่งผลต่อความรู้สึกคนฟังจริงไหม?

มีหลักฐานว่าตัวอักษรมีผลต่อบุคลิกและอารมณ์ที่ผู้อ่านรับรู้ เช่น งานของ Brumberger ที่ประเมินแบบอักษร 15 แบบ และงานของ Juni และ Gross ที่พบว่าข้อความเดียวกันถูกมองต่างกันเมื่อเปลี่ยนจาก Arial เป็น Times New Roman แต่งานเหล่านี้เป็นภาษาอังกฤษและไม่ได้วัดยอดฟังเพลง จึงควรตีความว่า “ตัวอักษรมีน้ำเสียง” ไม่ใช่ “ฟอนต์นี้ทำให้ยอดฟังเพิ่ม” แนะนำให้ทดสอบกับคนจริงสามถึงห้าคนว่าเห็นปกแล้วรู้สึกอะไร

ควรใช้ฟอนต์ไทยแบบมีหัวหรือไม่มีหัวบนปกเพลง?

ถ้าเป็นข้อความสั้นอย่างชื่อศิลปินและชื่อเพลง แบบไม่มีหัวเป็นจุดตั้งต้นที่ปลอดภัย เพราะ Google Fonts แนะนำให้ใช้กับพาดหัวและงานโฆษณา แต่ไม่มีกฎตายตัว แบบมีหัวให้ความรู้สึกคลาสสิกหรืออบอุ่นกว่า เหมาะกับเพลงบางแนว สิ่งที่ควรเช็กคือบุคลิกของเพลงและความชัดเจนเมื่อย่อบนมือถือ ไม่ใช่ความเชื่อว่าแบบหนึ่งอ่านเร็วกว่าอีกแบบเสมอไป

ศิลปินอิสระควรใช้ฟอนต์กี่ชุด?

ควรใช้ 1 ถึง 2 ชุดตลอดทั้งโปรเจกต์ ชุดหนึ่งไว้พาดหัว อีกชุดไว้เนื้อความตัวเล็ก ถ้าอยากให้เรียบที่สุดใช้ตระกูลเดียวแล้วเปลี่ยนน้ำหนักได้ การจำกัดจำนวนช่วยให้ทุกชิ้นงาน ตั้งแต่ปกซิงเกิล โพสต์โซเชียล ไปจนถึงโปสเตอร์ คงความเป็นจักรวาลเดียวกัน และทำให้ผู้ฟังเริ่มจำตัวอักษรของคุณได้ว่าเป็นของคุณ

อยากเรียนออกแบบตัวอักษรและระบบภาพให้ศิลปิน เริ่มจากตรงไหน?

ดูหัวข้อ “อยากเลือกฟอนต์และสร้างระบบภาพให้ศิลปินเอง เริ่มจากคอร์สไหน?” ท้ายบทความ ซึ่งเรียงคอร์สของ Collab by FutureSkill ตามจุดที่คุณอยู่

สรุป

Typography คือการตัดสินใจเรื่องตัวอักษรทั้งหมดบนภาพ ไม่ใช่แค่การเลือกฟอนต์ ตัวอักษรมีบุคลิกของมันเอง ศิลปินจึงควรเลือก 1 ถึง 2 ชุดที่ตรงกับคีย์เวิร์ดอารมณ์ จัดลำดับสายตาไม่เกิน 3 ระดับ และจดชื่อกับเวอร์ชันของฟอนต์ไว้ใน Style Guide

ขั้นแรกที่ลองได้วันนี้คือ เปิดปกเพลงล่าสุดของตัวเอง ย่อให้เล็กเท่าไอคอนบนแอปฟังเพลง แล้วดูว่ายังอ่านชื่อได้ไหม เรื่องอัตลักษณ์ภาพโดยรวมอ่านต่อได้ที่ Brand Identity คืออะไร และเรื่องสีอ่านที่ Color Palette คืออะไร

อยากเลือกฟอนต์และสร้างระบบภาพให้ศิลปินเอง เริ่มจากคอร์สไหน?

ผู้สอนคือ คุณฟิล์ม ธนารีย์ ศุภศรี (xerocroma) Senior Graphic Designer และ Art Director จาก YUPP! Entertainment ที่ดูแลอัตลักษณ์ภาพและ Art Direction ให้ศิลปินอย่าง MILLI, GALCHANIE, Flower.far และ MARQUISE ตารางนี้ช่วยเลือกคอร์สตามจุดที่คุณอยู่

ถ้าคุณอยู่ตรงนี้ เริ่มที่คอร์ส ได้อะไร
ยังไม่แน่ใจว่าอยากให้ตัวอักษรเล่าความรู้สึกแบบไหน ค้นหาตัวตน Develop ศิลปิน (31 นาที) คีย์เวิร์ดอารมณ์และ Artist Character Canvas ที่ใช้เป็นตัวตัดสินเลือกฟอนต์
มีตัวตนแล้ว แต่ยังส่งต่อให้ช่างภาพหรือกราฟิกไม่ชัด สร้าง Visual Concept และส่งต่อให้ทีม (40 นาที) มู้ดบอร์ดที่ใช้งานได้จริงและ Art Direction Brief
พร้อมเลือกฟอนต์ ชุดสี และออกแบบปกซิงเกิล สร้าง Visual Identity ให้ทุก Platform จดจำ (45 นาที) บทเรียน Graphic Assets (8 นาที) ที่สอนเลือก Typography 1 ถึง 2 ชุด และเวิร์กช็อปออกแบบปกซิงเกิลแรก

ทั้ง 3 คอร์สอยู่ในซีรีส์ Sound to Sight by YUPP! ซื้อรวมเป็นแพ็กเกจ 1,290 บาท จ่ายครั้งเดียว กลับมาทบทวนได้ตลอด ไม่จำกัดเวลาและจำนวนครั้ง และทุกคอร์สมี Certificate เมื่อเรียนจบและผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ถ้าอยากเลือกดูคอร์สอื่นเพิ่ม ไปที่ หน้ารวมคอร์ส Collab by FutureSkill

ขอบคุณข้อมูลจาก Brumberger (2003), Henderson et al. (2004), Juni and Gross (2008), Encyclopaedia Britannica, Adobe, Interaction Design Foundation, Google Fonts, ATypI และ Nielsen Norman Group

Views: 34