“SUITCUBE” ธุรกิจสูท ที่ไม่มีสูตรสำเร็จตามค่านิยม: สน จันทร์ศุกร์ภฤกษ์ - FutureSkill Blog

“SUITCUBE” ธุรกิจสูท ที่ไม่มีสูตรสำเร็จตามค่านิยม: สน จันทร์ศุกร์ภฤกษ์

“เริ่มต้นใหม่” คำง่าย ๆ ที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินผ่านหูสักครั้งในชีวิต แต่ใครจะไปรู้ว่าการลงมือทำจริงไม่ได้ง่ายเหมือนกับคำพูด โดยเฉพาะในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง การเริ่มต้นอาจจะเป็นจุดที่พาชีวิตของผู้ทำธุรกิจไปถึงจุดสูงสุด หรืออาจจะฉุดให้ชีวิตดิ่งลงเหว แหลกเหลวไม่มีชิ้นดีเลยก็ได้

“ปัญหาไม่ได้ทำให้เราตาย แต่ทำให้เราเก่งขึ้น” คือคำพูดของคุณสน จันทร์ศุกร์ภฤกษ์ CEO & Founder แบรนด์ SUITCUBE  ผู้ที่เคยหกล้มคลุกคลานจากการทำธุรกิจ เพียงเพราะเชื่อในคำว่า “เริ่มต้น” 

แต่ใครจะคิดว่าสุดท้ายแล้ว อุปสรรคที่เขาเจอจะเป็นสิ่งที่หล่อหลอมและทำให้ธุรกิจร้านสูทของเขาแข็งแกร่ง จนขยายสาขาได้มากว่า 10 สาขา ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วและเป็นร้านสูทสุดพรีเมียมเจ้าแรก ๆ ที่ให้บริการรูปแบบใหม่ที่ในประเทศไทยยังไม่เคยมีมาก่อน

เส้นทางชีวิต กว่าจะเป็น “สน SUITCUBE”

หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณปลายปี พ.ศ. 2520   คุณสน หรือ เด็กชายสน ยังคงใช้ชีวิตที่เรียบง่ายเหมือนกับเด็ก ๆ ทั่วไป  โดยที่ไม่รู้เลยว่าการที่เติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลางจะเป็นการสร้างวินัยให้เขามีความอดทน มีความพยายาม และเข้าใจการใช้ชีวิต

หลายคนอาจมองว่าการได้เงินไปโรงเรียนเพียงวันละ 5 บาทคงไม่เพียงพอต่อเด็กคนหนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตในโรงเรียนเอกชน ในสังคมที่เงินตรามีภาษีและมูลค่าสูง  แต่ชุดความคิดนี้ไม่เคยเกิดกับเด็กชายสนแม้แต่น้อย เพราะเขากลับมองว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินที่เพียงพอกับการใช้ชีวิตในช่วงเวลานั้นแล้ว

ทักษะการแยกแยะสิ่งที่จำเป็นกับสิ่งยั่วยุ  เลยเป็นสิ่งที่ติดตัวคุณสนมาตั้งแต่เด็กและทำให้เขาเป็นเด็กที่มีพื้นฐานทางด้านความคิด   “เห็นคุณค่าของเงิน” รู้วิธีในการบริหารค่าใช้จ่ายและรู้จักการหาเงินด้วยตัวเอง

 “ผมคิดว่าการหาเงินด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่ดีนะ เพราะมันทำให้เราไม่ต้องเดือดร้อนพ่อแม่”  นี่คือชุดความคิดของ เด็กชายสน เมื่อถึงคราวที่ต้องใช้เงินเกินกว่าที่ทางครอบครัวให้ …การก้าวขาเข้าสูงวงการธุรกิจ จึงเริ่มขึ้น ณ ช่วงเวลานั้น 

ซึ่งคุณสน เล่าว่า  “ตอนนั้นผมไม่ได้หาเงินจริงจัง แต่ผมมองว่าการหาเงินเป็นความสนุกและการลองผิดลองถูก  ผมเริ่มจากสิ่งง่าย ๆ อย่างการเทรดการ์ดเกม พยายามหาการ์ดหายากมาขาย หรือรับจ้างทำรายงานให้เพื่อน ขายของเล่นและของสะสมเล็ก ๆ น้อย ๆ”

ประสบการณ์เหล่านี้…เลยช่วยให้เขาได้เรียนรู้การบริหารเงินตั้งแต่อายุยังน้อย และใช้ทักษะนี้ประกอบการใช้ชีวิตจนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย “มันเหมือนเป็นเกมที่เราต้องคิดว่าจะทำยังไงให้สิ่งที่เรามีมีค่ามากขึ้น พอได้เงินมา ผมรู้สึกเหมือนมันเป็นรางวัลที่ได้จากความพยายาม”

ทิ้งความชอบด้านธุรกิจ ตัดสินใจเรียนต่างประเทศ?

คุณสน :  หลังจากเรียนจบ…ผมได้เข้าทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งในไทย ตอนนั้นผมมีความสุขมาก เพราะหน้าที่การงานดี ตำแหน่งงานก็สามารถเติบโตได้เรื่อย ๆ  แต่มีจุดนึงที่มีเสียงรอบตัวบอกว่า “ต้องไปเรียนเมืองนอก” เพราะเป็นค่านิยมในยุคนั้น  หลังจากทำงานได้ 4 ปี ผมเลยตัดสินใจไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้านวิศวะฯ เพื่อประสบการณ์เพิ่ม 

เมื่อใบปริญญาจาก ตปท. ไม่ใช่คำตอบของชีวิต?

สน : หลังจากกลับมาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่านายจ้างไม่ได้ดูว่าเราจบที่ไหนมา  เพราะงานไม่ได้ดีขึ้น “จบปริญญาโท ปริญญาเอก มา…จริง ๆ มันไม่ได้สำคัญเลย มันสำคัญที่ว่าคุณทำอะไรได้มากขึ้น”  ตอนนั้นเราอยากจะได้งานมาก ๆ แต่สมัครกี่ที่ก็ไม่ได้ เลยเริ่มทำอาชีพอื่น ๆ ทั้งรับจ้างถ่ายรูป ทำธุรกิจโรงพิมพ์ เป็นนายหน้าอสังหาร  เรียกว่าหาเงินทุกทางเหมือนย้อนไปในวัยเด็ก   อะไรได้ที่ทำแล้วได้เงินผมทำหมด 

จุดเริ่มต้นของธุรกิจร้านสูท “SUITCUBE”

สน : ที่ผ่านมาผมทำหลายธุรกิจแต่ไม่ประสบความสำเร็จเลย  จนกระทั่งถึงช่วงที่ผมจะแต่งงาน  ผมได้ค้นหาร้านชุดแต่งงานจากอินเทอร์เน็ต และไปเจอโฆษณาจากร้านหนึ่ง บอกว่า  “เสื้อ 4 ตัว กางเกง 3 ตัว ราคาเพียง 9,000 บาท” ยอมรับว่าค่อนข้างพอใจกับราคานี้มาก เพราะดูคุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสีย 

สน :  พอถึงวันที่สะดวก ผมเลยเดินทางเข้าไปที่ร้านด้วยความหวัง และแจ้งโปรโมชันที่ต้องการกับพนักงาน แต่คำตอบที่ได้รับทำให้ผมตกใจ “แบบนั้นอย่าเอาเลยครับ ชุดแบบนี้ รปภ.เขาใส่กัน”  ตอนนั้นผมเริ่มกังวลว่าชุดที่เราเลือกมันจะเหมาะสมกับงานแต่งงานของเราหรือเปล่า  สุดท้าย..ทางร้านเลยตัดสินใจเลือกชุดที่ดูเหมาะสมที่สุดให้ แถมต้องจ่ายเงินถึง  19,000 บาท 

สน : ตอนออกจากร้านสูท  มีแต่ความรู้สึกผิดหวัง และรู้สึกเหมือนถูก “รูดทรัพย์”  และจากประสบการณ์ในครั้งนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามสำคัญที่ผมเฝ้าถามตัวเองว่า  “ทำไมลูกค้าถึงต้องเจอประสบการณ์แบบนี้?” นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำธุรกิจร้านสูทแบรนด์  SUITCUBE  ขึ้นมา

ความสมดุลทางธุรกิจ ที่ชี้วัดความอยู่รอด-ร่วง?

สน : สำหรับผม “เป้าหมายแรกไม่ใช่กำไร แต่คือการอยู่รอด” เพราะธุรกิจอาจไม่ได้กำไรมหาศาลในวันแรก  ดังนั้นเราต้องทำให้ธุรกิจอยู่รอดก่อน…เพราะการอยู่รอดของธุรกิจ จะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าสิ่งที่เราทำเป็นที่ต้องการในตลาด   จากนั้นค่อยคิดเรื่องเพิ่มยอดขายหรือกำไร 

สน : และเมื่อธุรกิจไปได้สวย เราต้องสร้างสมดุลด้วยการทำให้พนักงานมีความสุข  เพราะสุดท้ายแล้ว  99.99% ของธุรกิจต้องขับเคลื่อนด้วยคน  หากพนักงานรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ (Ownership) การทำงานและการบริการก็จะมีผลลัพธ์ที่ดี เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่า และได้ใจของลูกค้ามากขึ้น

ธุรกิจ SUITCUBE  จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อมอบสูทคุณภาพและบริการที่เหนือระดับในราคาที่จับต้องได้ให้กับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี และต่อยอดสินค้าอีกหลายรายการจนครองใจคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่มาจนถึงปัจจุบัน

  “ผมไม่อยากให้ใครต้องออกจากร้านด้วยความรู้สึกผิดหวังเหมือนที่ผมเคยเจอ

 ผมอยากให้พวกเขาออกไปด้วยความมั่นใจและความสุข

 นั่นคือเป้าหมายของ SUITCUBE”

Views: 37