หากคุณกำลังยิงโฆษณา Facebook หรือ Instagram เพื่อหาลูกค้า เพิ่มยอดขาย หรือโปรโมตธุรกิจ มีเรื่องสำคัญที่ควรตรวจสอบก่อนเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน 2569 นั่นคือ การยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาบน Meta
จากการยกระดับมาตรการป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ในประเทศไทย แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ให้บริการโฆษณาต้องดำเนินการตรวจสอบตัวตนของผู้ลงโฆษณาตามข้อกำหนดใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการสร้างและเผยแพร่โฆษณาของบัญชีที่ยังดำเนินการไม่ครบถ้วน
เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังสำคัญกับเจ้าของร้านค้าออนไลน์ ผู้ประกอบการ SME นักการตลาด ฟรีแลนซ์ และเอเจนซีที่ดูแลโฆษณาให้ลูกค้าอีกด้วย
สำหรับคนทำงานสาย Digital Marketing การเข้าใจข้อกำหนดของแพลตฟอร์มเป็นทักษะสำคัญไม่แพ้การวางแผนแคมเปญหรือการวิเคราะห์ผลโฆษณา เพราะแคมเปญที่ดีจะสร้างผลลัพธ์ได้ก็ต่อเมื่อบัญชีมีความพร้อมและสามารถเผยแพร่โฆษณาได้ตามปกติ
บทความนี้ FutureSkill จะพาไปทำความเข้าใจว่า การยืนยันตัวตน Facebook Ads คืออะไร ใครบ้างที่ต้องดำเนินการ ต้องเตรียมเอกสารอะไร และจะตรวจสอบหรือเริ่มยืนยันตัวตนใน Meta Ads Manager ได้อย่างไร

สรุปกฎยืนยันตัวตน Facebook Ads 2569 ต้องรู้อะไรบ้าง?
การยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา หรือ Advertiser Verification คือกระบวนการที่แพลตฟอร์มใช้ตรวจสอบว่าบุคคลหรือธุรกิจที่ต้องการลงโฆษณามีตัวตนที่ตรวจสอบได้จริง
ในประเทศไทย มีการประกาศมาตรการใหม่สำหรับผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย เพื่อยกระดับความปลอดภัยจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยข้อกำหนดเกี่ยวกับการตรวจสอบตัวตนผู้ลงโฆษณาจะเริ่มมีผลวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้มีดังนี้
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| เรื่องที่ต้องดำเนินการ | ตรวจสอบและยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม |
| วันเริ่มบังคับใช้ข้อกำหนดใหม่ | 1 พฤศจิกายน 2569 |
| แพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง | แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่อยู่ภายใต้ขอบเขตข้อกำหนด รวมถึงการโฆษณาผ่าน Meta |
| กลุ่มที่ควรตรวจสอบบัญชี | เจ้าของธุรกิจ ผู้ลงโฆษณา ฟรีแลนซ์ และเอเจนซี |
| ช่องทางตรวจสอบ | Meta Ads Manager และ Meta Business Settings |
| สิ่งที่อาจได้รับผลกระทบ | ความสามารถในการเผยแพร่โฆษณาหากไม่ผ่านข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง |
ควรแยกให้ออกระหว่าง วันเริ่มบังคับใช้ข้อกำหนดในประเทศไทย กับ กำหนดเวลายืนยันตัวตนของบัญชีโฆษณาแต่ละบัญชี ซึ่งอาจมีรายละเอียดแตกต่างกัน
หากได้รับการแจ้งเตือนจาก Meta ให้ดำเนินการภายในวันที่ระบุในบัญชี ไม่ควรรอจนถึงวันสุดท้าย
ทำไม Meta ต้องให้ผู้ลงโฆษณายืนยันตัวตน?
การโฆษณาผ่าน Facebook และ Instagram เปิดโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้จำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันก็อาจถูกใช้เป็นช่องทางเผยแพร่โฆษณาหลอกลวงหรือแอบอ้างบุคคลและแบรนด์ได้เช่นกัน
การตรวจสอบตัวตนจึงเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเพิ่มความโปร่งใสและความรับผิดชอบของผู้ลงโฆษณา
เหตุผลสำคัญ ได้แก่
1. ลดความเสี่ยงจากโฆษณาหลอกลวง
การทราบว่าผู้ลงโฆษณาเป็นใครช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่โฆษณา และสนับสนุนการดำเนินการกับบัญชีที่ละเมิดกฎ
2. เพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบโฆษณา
การมีข้อมูลผู้ลงโฆษณาที่ตรวจสอบได้ช่วยให้ระบบโฆษณามีความโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่มีหลายบุคคลหรือองค์กรเกี่ยวข้องกับการจัดทำและชำระค่าโฆษณา
3. รองรับข้อกำหนดทางกฎหมายในประเทศไทย
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยกำหนดหน้าที่ให้แพลตฟอร์มตรวจสอบตัวตนผู้ลงโฆษณาและจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามระยะเวลาที่กำหนด
สำหรับนักการตลาด นี่เป็นเหตุผลที่ควรติดตามทั้งนโยบายแพลตฟอร์มและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับงานโฆษณาอย่างสม่ำเสมอ

ใครบ้างที่ต้องยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาบน Meta?
หากบัญชีของคุณเผยแพร่โฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทย ควรตรวจสอบว่ามีข้อกำหนดการยืนยันตัวตนที่ต้องดำเนินการหรือไม่
กลุ่มที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่
เจ้าของธุรกิจและร้านค้าออนไลน์
ไม่ว่าจะขายสินค้าผ่าน Facebook, Instagram หรือใช้เว็บไซต์เป็นหน้ารับคำสั่งซื้อ หากใช้ Meta Ads เพื่อเข้าถึงลูกค้าในประเทศไทย ก็ควรตรวจสอบสถานะการยืนยันตัวตนของบัญชี
นักการตลาดที่ดูแลบัญชีโฆษณาให้บริษัท
ผู้ดูแลโฆษณาควรตรวจสอบว่าบัญชีอยู่ภายใต้ Business Portfolio ใด ใครมีสิทธิ์ผู้ดูแล และควรใช้ข้อมูลบุคคลหรือนิติบุคคลใดในการยืนยัน
ฟรีแลนซ์และเอเจนซี
กรณีรับจ้างยิงโฆษณาให้ลูกค้า ควรแยกให้ชัดว่าใครเป็นผู้ลงโฆษณา ใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากโฆษณา และใครเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา
ไม่ควรนำเอกสารของเอเจนซีไปยืนยันแทนลูกค้าโดยอัตโนมัติ เพราะข้อมูลที่ Meta ขออาจขึ้นอยู่กับโครงสร้างบัญชีและบทบาทของแต่ละฝ่าย
ธุรกิจที่ใช้โฆษณาเพื่อสร้าง Leads
ธุรกิจบริการ สถาบันการศึกษา หรือบริษัท B2B ที่ใช้ Facebook Lead Ads, Messenger Ads หรือโฆษณาเพื่อส่งคนเข้าเว็บไซต์ ก็ควรตรวจสอบข้อกำหนดเช่นเดียวกัน หากมีการเผยแพร่โฆษณาไปยังประเทศไทย
ข้อควรรู้: การยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาไม่ใช่เรื่องเดียวกับเครื่องหมายยืนยันบัญชี หรือ Meta Verified และไม่จำเป็นต้องเป็นขั้นตอนเดียวกับการยืนยันธุรกิจ (Business Verification) ในทุกกรณี ให้เลือกดำเนินการตามคำขอที่ปรากฏในบัญชีจริง

วิธีตรวจสอบว่าบัญชี Facebook Ads ต้องยืนยันตัวตนหรือไม่
ก่อนเตรียมเอกสารหรือเริ่มกรอกข้อมูล ควรตรวจสอบสถานะของบัญชีที่ใช้งานอยู่ก่อน
วิธีที่ 1 ตรวจสอบผ่าน Meta Ads Manager
- เข้าสู่ Meta Ads Manager ด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์จัดการโฆษณา
- เลือกบัญชีโฆษณาที่ต้องการตรวจสอบ
- ตรวจสอบแบนเนอร์แจ้งเตือนหรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับ Advertiser Verification
- หากระบบขอให้ดำเนินการ ให้เปิดรายละเอียดเพื่อดูข้อมูลและกำหนดเวลาที่ระบุ
- ทำตามขั้นตอนจากหน้าทางการของ Meta จนเสร็จสิ้น
บางบัญชีอาจได้รับข้อความผ่านช่องทางแจ้งเตือนอื่นของ Meta ด้วย จึงควรตรวจสอบทั้งในระบบโฆษณาและการแจ้งเตือนของ Business Portfolio
วิธีที่ 2 ตรวจสอบผ่าน Meta Business Settings
- เปิด Meta Business Settings
- เลือก Business Portfolio ที่เกี่ยวข้อง
- ค้นหาส่วนที่เกี่ยวข้องกับการยืนยันตัวตนหรือการตรวจสอบธุรกิจ
- หากบัญชีแสดงเมนู Authorizations and verifications ให้เปิดดูข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบสถานะและดำเนินการตามรายการที่ Meta ขอให้ยืนยัน
ชื่อเมนูและตำแหน่งที่ปรากฏอาจแตกต่างกันตามประเภทบัญชี สิทธิ์ผู้ใช้ และเวอร์ชันของระบบ
หากไม่พบเมนูตามชื่อดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าบัญชีได้รับการยกเว้นเสมอไป ควรตรวจสอบการแจ้งเตือนอื่นและศูนย์ช่วยเหลือของ Meta เพิ่มเติม
แนะนำคอร์สเรียน การตลาดออนไลน์ จาก FutureSkill

ยืนยันตัวตน Facebook Ads ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารที่ต้องเตรียมอาจแตกต่างกันตามประเภทผู้ลงโฆษณา วิธีตรวจสอบ และข้อกำหนดที่ Meta แสดงบนหน้าจอ
โดยทั่วไปสามารถเตรียมความพร้อมเบื้องต้นได้ดังนี้
| ประเภทผู้ลงโฆษณา | ข้อมูลหรือเอกสารที่ควรเตรียม |
|---|---|
| บุคคลธรรมดา | เอกสารประจำตัวที่หน่วยงานรัฐออกให้ เช่น บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ตามที่ระบบรองรับ |
| บริษัทหรือนิติบุคคล | เอกสารจดทะเบียนธุรกิจและข้อมูลบริษัทที่เป็นปัจจุบัน |
| เอเจนซี | ข้อมูลบริษัทผู้ให้บริการและข้อมูลลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับบัญชีโฆษณา |
| ผู้ใช้บัญชีร่วมกันหลายคน | ตรวจสอบผู้มีสิทธิ์จัดการและผู้ที่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน |
ในบางกระบวนการอาจมีการตรวจสอบใบหน้าหรือใช้วิธียืนยันตัวตนดิจิทัลที่แพลตฟอร์มรองรับ
ก่อนส่งข้อมูล ควรตรวจสอบว่าชื่อบุคคล ชื่อบริษัท และรายละเอียดในเอกสารตรงกับข้อมูลที่ระบบร้องขอหรือไม่
ที่สำคัญ ไม่ควรส่งภาพบัตรประชาชนหรือเอกสารธุรกิจผ่านข้อความจากบุคคลที่ไม่รู้จัก หรือคลิกลิงก์ยืนยันตัวตนจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

ขั้นตอนยืนยันตัวตน Meta Ads สำหรับผู้ลงโฆษณาในไทย
เมื่อพบว่าระบบกำหนดให้บัญชีต้องดำเนินการ สามารถใช้ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นแนวทางเบื้องต้น
ขั้นตอนที่ 1 เข้าสู่หน้าการยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการ
เปิดระบบผ่าน Ads Manager หรือ Business Settings โดยตรง และเลือกบัญชีที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้อง
หลีกเลี่ยงการเข้าใช้งานผ่านลิงก์ที่ส่งมาจากบัญชีแปลกหน้า
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบประเภทการยืนยันที่ Meta ร้องขอ
อ่านรายละเอียดว่าระบบต้องการยืนยันบุคคล บริษัท หรือข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับการชำระค่าโฆษณา
ไม่ควรเลือกประเภทเอกสารจากการคาดเดา เพราะอาจทำให้การตรวจสอบไม่ผ่านและต้องเริ่มใหม่
ขั้นตอนที่ 3 กรอกข้อมูลให้ตรงกับเอกสาร
กรอกชื่อ ที่อยู่ หรือรายละเอียดอื่นตามข้อมูลที่ระบบกำหนด โดยตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่ง
สำหรับบริษัท ควรใช้ข้อมูลนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับเอกสารทางราชการ
ขั้นตอนที่ 4 ส่งหลักฐานและทำขั้นตอนยืนยันเพิ่มเติม
อัปโหลดเอกสารตามที่ระบบขอ หากมีการเปรียบเทียบใบหน้าหรือยืนยันผ่านระบบดิจิทัล ให้ดำเนินการผ่านช่องทางที่แพลตฟอร์มจัดเตรียมไว้
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบผลและติดตามสถานะ
หลังส่งข้อมูล ให้กลับไปตรวจสถานะในระบบ และติดตามว่ามีคำขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่
อย่าสรุปว่าการยืนยันสำเร็จเพียงเพราะอัปโหลดเอกสารแล้ว ต้องตรวจสอบผลการพิจารณาที่ Meta แสดงอีกครั้ง
ถ้าไม่ยืนยันตัวตน Facebook Ads จะเกิดอะไรขึ้น?
หากบัญชีอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่ต้องยืนยันตัวตน แต่ไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด อาจเกิดข้อจำกัดในการเผยแพร่โฆษณา
ผลกระทบที่ควรเตรียมรับมือ ได้แก่
อาจสร้างหรือเผยแพร่โฆษณาใหม่ไม่ได้
หากบัญชีถูกจำกัดการใช้งานเนื่องจากไม่ผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตน อาจส่งผลต่อการเริ่มแคมเปญใหม่
โฆษณาที่กำลังดำเนินการอาจได้รับผลกระทบ
ขอบเขตข้อจำกัดขึ้นอยู่กับสถานะบัญชีและประกาศที่ Meta แสดง ไม่ควรสรุปว่าโฆษณาทุกบัญชีจะถูกปิดพร้อมกันโดยอัตโนมัติ
ธุรกิจอาจสูญเสียโอกาสทางการตลาด
สำหรับธุรกิจที่พึ่งพาการซื้อโฆษณาเป็นช่องทางหาลูกค้า ข้อจำกัดด้านบัญชีอาจทำให้การสร้าง Leads การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และแผนการตลาดต้องสะดุด
ดังนั้นสิ่งที่ควรทำไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาเมื่อโฆษณาหยุดแสดง แต่ควรวางแผนตรวจสอบความพร้อมของบัญชีเป็นประจำ
Checklist ก่อนเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน 2569
สำหรับเจ้าของธุรกิจและนักการตลาด สามารถใช้รายการนี้ตรวจสอบความพร้อมของบัญชีโฆษณาได้
- ตรวจสอบการแจ้งเตือนใน Meta Ads Manager
- ตรวจสอบ Business Portfolio และบัญชีโฆษณาที่ใช้งานอยู่ทั้งหมด
- ตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ดูแลบัญชีและข้อมูลผู้ลงโฆษณา
- เตรียมเอกสารบุคคลหรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบข้อมูลผู้ได้รับประโยชน์และผู้จ่ายค่าโฆษณา หากระบบร้องขอ
- เริ่มขั้นตอนยืนยันผ่านระบบทางการ
- ติดตามผลการตรวจสอบและคำขอเอกสารเพิ่มเติม
- ตรวจสอบอีกครั้งว่าบัญชีไม่มีข้อจำกัดค้างอยู่
หากดูแลบัญชีให้ลูกค้าหลายราย แนะนำให้ทำตารางติดตามแยกตาม Ad Account โดยระบุผู้รับผิดชอบ สถานะการยืนยัน และกำหนดเวลาของแต่ละบัญชีให้ชัดเจน
ยุคใหม่ของ Digital Marketing ต้องรู้มากกว่าแค่ยิงแอด
การเปลี่ยนแปลงของ Meta เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนว่าทักษะ Digital Marketing ไม่ได้หยุดอยู่แค่การตั้งค่าโฆษณา เลือกกลุ่มเป้าหมาย หรือทำคอนเทนต์ให้น่าสนใจ
นักการตลาดยังต้องสามารถดูแลระบบที่ใช้ทำงาน ติดตามนโยบายแพลตฟอร์ม และบริหารความเสี่ยงที่อาจกระทบผลลัพธ์ของธุรกิจได้
ทักษะที่ควรพัฒนาควบคู่กัน ได้แก่
Marketing Operations การจัดการบัญชีโฆษณา สิทธิ์การเข้าถึง และกระบวนการทำงานให้เป็นระบบ
Marketing Analytics การอ่านข้อมูลแคมเปญ วิเคราะห์ต้นทุนและผลลัพธ์ เพื่อปรับกลยุทธ์อย่างมีเหตุผล
AI for Marketing การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล วางแผนคอนเทนต์ และลดงานที่ทำซ้ำ โดยยังคงตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์
Digital Risk Awareness การติดตามข้อกำหนดและแนวทางปกป้องข้อมูลของลูกค้าหรือธุรกิจ
หากต้องการเริ่มทำความเข้าใจการประยุกต์ AI กับงานประจำวัน สามารถอ่านต่อได้ที่ ใช้ AI ทำงานอย่างไร? รวมเครื่องมือพร้อมตัวอย่างใช้งานจริง
ส่วนคนที่ต้องการต่อยอดไปสู่ทักษะด้านโฆษณาและการวิเคราะห์ผล สามารถสำรวจหลักสูตรที่เกี่ยวข้องบน FutureSkill เพื่อเลือกเส้นทางเรียนรู้ให้เหมาะกับระดับประสบการณ์และเป้าหมายอาชีพ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยืนยันตัวตน Meta Ads (FAQ)
ข้อกำหนดใหม่ของไทยกำหนดหน้าที่ให้แพลตฟอร์มตรวจสอบตัวตนผู้ลงโฆษณาที่อยู่ในขอบเขตของมาตรการ แต่ขั้นตอนและสถานะที่ผู้ใช้แต่ละบัญชีเห็นอาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบคำขอใน Ads Manager และ Business Settings โดยตรง
มาตรการใหม่เริ่มมีผลวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ส่วนกำหนดเวลาที่บัญชีต้องดำเนินการให้เสร็จควรยึดตามการแจ้งเตือนจาก Meta
เริ่มตรวจสอบได้จาก Meta Ads Manager หรือ Meta Business Settings และทำตามขั้นตอนยืนยันที่ระบบแสดง
เอกสารประจำตัวที่หน่วยงานรัฐออกให้ เช่น บัตรประชาชน อาจใช้ได้ในกระบวนการยืนยันบุคคล แต่ต้องตรวจสอบรายการเอกสารและวิธีการที่ Meta รองรับสำหรับบัญชีของคุณ
ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน Business Verification เป็นกระบวนการตรวจสอบข้อมูลธุรกิจ ส่วน Advertiser Verification เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบตัวตนของผู้ลงโฆษณา ขั้นตอนที่ต้องทำขึ้นอยู่กับข้อกำหนดที่บัญชีได้รับ
ตรวจสอบสาเหตุที่ Meta แจ้ง เปรียบเทียบข้อมูลกับเอกสารต้นฉบับ และดำเนินการแก้ไขหรือส่งข้อมูลใหม่ผ่านช่องทางที่ระบบอนุญาต หากยังไม่สามารถแก้ไขได้ให้ใช้ช่องทางช่วยเหลืออย่างเป็นทางการของ Meta
ไม่ควรสรุปเช่นนั้นสำหรับทุกบัญชี ผลกระทบขึ้นอยู่กับข้อกำหนดที่บัญชีได้รับ สถานะการยืนยัน และข้อจำกัดที่ Meta ใช้กับบัญชีนั้น
ขึ้นอยู่กับโครงสร้างบัญชี ผู้ลงโฆษณา และข้อมูลผู้เกี่ยวข้องที่ Meta ร้องขอ ควรตรวจสอบบทบาทของเอเจนซีและลูกค้าให้ชัดเจนก่อนดำเนินการ
สรุป
การยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาในประเทศไทยเป็นเรื่องที่เจ้าของธุรกิจ นักการตลาด และเอเจนซีไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อข้อกำหนดใหม่เริ่มมีผลในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
สิ่งที่ควรเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้คือเปิด Ads Manager ตรวจสอบการแจ้งเตือน เตรียมข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง และติดตามสถานะการยืนยันให้เรียบร้อย
การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงที่แคมเปญจะสะดุดจากปัญหาบัญชี และทำให้ทีมการตลาดมีเวลามากขึ้นในการพัฒนาแคมเปญและสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจ
สำหรับคนทำงานสายการตลาด การเรียนรู้วิธีดูแลระบบโฆษณาอย่างถูกต้องเป็นอีกหนึ่งทักษะที่ช่วยเสริมความเป็นมืออาชีพ พร้อมต่อยอดไปสู่การบริหารแคมเปญที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต
เรียนรู้เครื่องมือให้เป็น เข้าใจข้อกำหนดให้ทัน และพัฒนาทักษะให้พร้อมกับทุกการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล
แหล่งข้อมูลสำหรับอ้างอิง
- กระทรวงดิจิทัลฯ: มาตรการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา
- Meta: Advertiser Verification และมาตรการป้องกันการหลอกลวง
Views: 0

